{M.L.P.}M.L.Project chapter 2

posted on 05 Nov 2011 20:07 by elna-p-g-t in MLProject
กะว่าจะอัพบล๊อกนิยายเรื่องนี้อีกสี่ห้าตอน
ถ้าไม่มีคนมาอ่านจริงๆ
คงทิ้งเว็บอีกที่ไว้[เผื่อมีคนมาอ่าน !?]
ก็นะ นิยายแบบนี้มันคงต้องอัพในเว็บนิยายถึงจะถูก 
แต่มันว่างนี่นา อัพว่างๆคงไม่เป็นไรหรอกเนอะ
สำหรับคนที่สงสัยว่า
บล๊อกนี้มันอะไรวะ !? 
แล้วอยากอ่านต่อก็  จิ้ม ไปอ่านบทที่ 1 ด่วนๆ
วันนี้ก็คงเท่านี้มั่งเนอะ ไม่อะไรมากนักหรอก 
 
------------------------------------------------------------------------
 

ÉTÉ ’ S  Eyes

* 2 *

-- ไอ้หนุ่มฤดูหนาว --

 

 

 

 

 

 ..ในที่สุด ฉันก็ได้ไปทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆต้อนรับปิดเทอม( ที่แสนจะมีค่าและน้อยนิดเหลือเกิน )ซะที

 

ตั้งแต่วันที่ไปเดินซื้อหนังสือกับแว่นโก๊ะน้อยของฉันคราวก่อน

ฉันก็ติดแหง่กซี้แหงอยู่แต่ในบ้าน นั่ง นอน กิน เล่น นอน กิน นอน มันอยู่นั่น

 

วันนี้ได้ออกจากบ้าน แถมมาไกลถึงหัวหิน !! ฉันแทบจะกรี๊ดตายตั้งแต่

ที่ไอ้โย( เพื่อนสนิทฉันในกลุ่ม )โทรมาบอกเมื่อวันก่อนแล้วค่ะ

 

ตอนนี้อารมณ์ของฉันคึกคักเป็นพิเศษ จากที่บ้าอยู่แล้วมันเลยกลายเป็น

 

..บ้าขั้นเทพ !

 

 

ฉันฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีระหว่างเดินลากกระเป๋าเดินทางออกไปหน้าปากซอยเพื่อเรียกรถแท็กซี่

 

   ..ทริปนี้เพื่อนๆที่คณะตกลงเหมารถทัวร์ไปกลับกรุงเทพฯ-หัวหิน

แล้วก็จองโรงแรมริมหาดเอาไว้ ..แต่รายละเอียดปลีกย่อยว่าพักที่ไหน

หรือไปกี่คนฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

รู้แค่ว่าไปหัวหินสามวันสองคืนกับเพื่อนๆในคณะอีกประมาณ 12-15 คน

แค่นั้นเองล่ะ 

 

..เรานัดกันตอน 9 โมงเช้าที่หน้ามหา’ลัย  เห็นไอ้โยบอกว่ารถจะออก

ตอน 9 โมงครึ่ง ที่นัดมาก่อนเพื่อจะได้เช็คชื่อคนที่ไป แล้วก็เก็บเงิน

งวดแรกก่อน

 

เห็นเพื่อนฉันเป็นแบบนี้ แต่จริงๆมันก็อยู่อักษรฯนะคะ ไม่ใช่คณะท่องเที่ยว

 

 

ยังไงก็เถอะ บ้านไอ้โยมันเป็นบริษัททัวร์น่ะ เลยติดเชื้อคนที่บ้านมา

 

 

..อ้าว ?? ฉันยังไม่ได้บอกเหรอ ว่ารถทัวร์นี้มันของบ้านเพื่อนฉันเอง

 

ส่วนโรงแรมที่จองไว้... เอ้อ.. จริงๆต้องเรียกบ้านพักมากว่า

 

มันเป็นบ้านพักในหาดส่วนตัวของเพื่อนในคณะอีกคนนึง( เห็นโยบอก )

ที่มีพื้นที่กว้าง แล้วก็เพียงพอที่จะจุคนได้เกือบ 30 ชีวิตเชียวล่ะ

 

..ฉันเริ่มอิจฉาคนรวยขึ้นมามากมายก็เพราะมันเนี่ยแหละค่ะ

 

“ อ๊ะ.. จอดตรงนี้แหละค่ะพี่”  ฉันยื่นหน้าไปบอกคนขับรถ

เมื่อเห็นขอบรั้วของมหา’ลัย ตรงบริเวณใกล้ๆกับที่นัดกันเอาไว้

แล้วก็ควักตังค์จ่ายค่ารถ  ..ดีนะ เช้าๆรถยังไม่ติดมาก

 

ไม่งั้นคงได้จ่ายค่าแท็กซี่ไปมากกว่าร้อยแน่ๆ ( แค่นี้ก็ 79 บาทแล้ว )

 

ฉันคว้ากระเป๋าเดินทาง กระโดดลงจากรถ ถึงจะคึกแค่ไหนแต่ฉันก็ไม่ลืม

ที่จะปิดประตูรถเบาๆ( เป็นมารยาท หุหุ )

 

ฉันมองนาฬิกาข้อมือลายหมีพูห์ ( ชอบอ่ะ ..จะทำไม นี่ของแท้ด้วยนะเฮ้ย )

มันบอกเวลา 9 โมง 12 นาที

 

ถือว่าทันอยู่นะนี่~

 

ฉันสอดสายตามองหากลุ่มจารชนพันธุ์นรกทั้งหลายทั้งมวลทันที

แล้วก็เจอในเวลาไม่นาน

 

มันยืนกันเป็นกลุ่มที่.. บอกได้เลยว่าใหญ่อ่ะค่ะ ?

 

แต่ฉันแปลกใจว่ะ ? คณะเรามีแค่ 17 คน เป็นอย่างมากที่จะไปเที่ยวด้วย แต่ไอ้กลุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันนี้.. ดูยังไงๆก็ 20 เศษๆได้แล้วนะ

 

อาจจะเป็นทริปอื่นของเพื่อนในมหา’ลัยก็ได้มั้ง ?

 

ความคิดนี้แล่นผ่านเข้ามาในหัว ..แต่ในอีกวินาทีต่อมา ฉันก็รู้ว่ามันไม่ใช่

อย่างที่คิด เพราะเห็นร่างของเพื่อนสาวตัวสูงโย่งทะลุ 177 เซนฯ

กำลังยืนถือโทรโข่งอยู่แถวๆกลุ่มนั้น

 

“ เฮ้ย ! โย ! “

 

ฉันลากกระเป๋าตรงไปหาไอ้โยทันที  มันหันมาทางฉันแล้วยิ้ม

 

“ เต้ !”  เสียงมันเหมือนดีใจมากๆที่เห็นฉัน

 

โอ้ว ! ดีใจที่ได้เจอเพื่อนแกขนาดนั้นเลยเหรอวะโย เต้ล่ะซึ้งจริงๆ

..ฉันกำลังจะเดินเข้าไปกอดมันอยู่แล้วค่ะ   แต่ว่า..

 

“ จ่ายงวดแรกมาก่อนเลยแก 200 !  อย่าชักช้า”

 

 

..ด๋อยโย

 

 

“ เอาไปเลย ! แม่ง..! เจอหน้ากันก็ทำงี้ใส่เลยใช่ป่ะ !? “

 

ฉันแยกเขี้ยวใส่แล้วก็ควักแบงก์แดงให้มันไปสองใบ ไอ้โยฉกเงินไปจากมือฉันอย่างไวอ่ะ..

 

แล้วมันยังมีหน้ามายิ้มแฉ่งให้ฉันด้วย..

 

“ ..โห่ ! เต้เพื่อนเลิฟ.. เราล้อเล่นน้า~ อย่าโกรธนะจ้ะ ”

 

 

...เอื๊อก !

 

ฉันรู้สึกว่าน้ำลายมันหนืดๆยังไงไม่รู้ 

 

..ฉันเป็นโรคแพ้รอยยิ้มอ่ะค่ะ โดยเฉพาะรอยยิ้มของคนน่ารักๆ

 

คือว่า สังเกตจากส่วนสูงแล้วก็การพูดจาแบบทำร้ายจิตใจของไอ้โย

 

น่าจะพอเดากันได้ว่ามันน่ะ.. ทำตัวห่างไกลคำว่ากุลสตรีพอสมควรเลย

 

หัวมันเนี่ยซอยสั้นระคอแล้วย้อมสีน้ำตาลดำ ส่วนสีตาเป็นสีน้ำตาลเข้ม

ซึ่งเป็นสีธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ได้ใส่เลนส์แต่อย่างใด หน้าตาจัดว่าคม

เลยล่ะ เพราะแม่โยเป็นลูกครึ่ง.. ไอ้โยก็ถือว่าเป็นลูกเสี้ยวแถมด้วย

ส่วนสูงและนิสัยเล่นขี้ ( ขี้เล่น ) ทำให้โยเป็นพวกน่าคบสุดๆ

 

 

...แถมฉันยังเคยเห็นแฟนคลับโยด้วย  เป็นน้องๆมัธยมจาก รร.เก่ามัน

ซึ่งมีแต่ผู้หญิง ( เหอะๆ )

 

..และก็อีกอย่างแหละค่ะ ถึงโยจะเป็นแบบนี้ แต่ก็ไม่ใช่ทอมอยู่ดี

เป็นผู้หญิงแท้ๆ ( ที่หน้าไม่ให้ ) แค่นั้นเอง

 

 

ความจริงช็อกโลกอีกประการเกี่ยวกับมันก็คือ.. มันก็มีแฟนแล้วค่ะ

( อย่างที่บอกไงว่าเพื่อนๆในกลุ่มฉันมีแฟนไป 2 แล้ว รวมโก๊ะก็ 3แล้ว )

 


“เต้..แกเอากระเป๋าไปเก็บที่รถก่อนสิ เมื่อกี้เห็นโก๊ะกับพรีมเพิ่งเดินไป”

 

 

ฉันพยักหน้าหงึกหงัก เห็นว่าโยกำลังยุ่งๆอยู่กับการเช็คชื่อแล้วทวงหนี้

ระหว่างเดินไปที่รถ ฉันสังเกตเห็นคนบางคนที่ยืนคุยอยู่แถวนั้น ชัวร์เลยว่า

จะไปทริปนี้ด้วยกันเพราะพวกเขาก็หิ้วๆลากๆกระเป๋าเดินทางกันมา

 

..แต่มันไม่ใช่เด็กคณะฉันนี่หว่า  ?

 

ไม่ใช่รุ่นพี่ ไม่ใช่รุ่นน้องด้วยนะเนี่ย... มาจากไหนนะ ?

 

ฉันส่งกระเป๋าให้คุณลุงคนขับ เก็บงำความสงสัยเอาไว้ถามเพื่อน

 

ฉันหันไปเห็นเพื่อนสนิทของฉันอีกคน เธอคือ พรีม..

 

 

“ พรีม.. พรีม.. ! พรีมเว้ย.. ! เฮ้ย !! ไอ้หมูพรี๊มม!! “

 

 

ได้ผลชะงัดนัก.. หูของคนเราเป็นไรกันนะ เรียกดีๆไม่ชอบ ชอบให้ด่าถึงจะสนใจ..

 

“ กรี๊ด !! ไอ้เต้.. เดี๋ยวฉันก็จับแกยัดถังน้ำมันซะหรอก !! มาถึงก็ปากหาเรื่องเลยนะยะ”

 

พรีมของฉันเป็นผู้หญิงค่อนข้างเจ้าเนื้อ ไว้ผมยาวประบ่า ผิวขาวมาก

แล้วก็หน้าออกหมวยๆ เตี้ยกว่าฉันนิดนึง  เธอเป็นคนแรกในกลุ่มที่มีคู่แล้ว

 

“ ..เออ ! ก็เรียกดีๆแกไม่หันอ่ะ.. ว่าแต่.. ทัวร์เรามีคณะอื่นด้วยเหรอ ? “

 

ฉันขมวดคิ้วถาม แล้วก็ส่องสายตามอง

 

“ เออ.. ไอ้โยยังไม่ได้บอกแกล่ะสิ ..สงสัยมันกลัวว่าถ้าบอกแล้วแกจะไม่ไปล่ะมั้ง~ “ 

 

พรีมลากเสียงยาวๆกระตุ้นต่อมสงสัยฉันมากมาย

 

“ ทริปนี้เราไปทั้งหมด 2 คณะด้วยกันจ้ะ อักษรฯ กับ...”

 

 

“ เฮ้ย~~ !! ทุกคนขึ้นรถได้แล้ว รถจะออกแล้ว เดี๋ยวเราจะเช็คชื่อ

บนรถอีกครั้งด้วย เพื่อนใครยังไม่มาไปเข้าห้องน้ำหรือไปซื้อข้าวก็

โทรเรียกมันกลับมาได้แล้วนะ”

 

เสียงผ่านโทรโข่งของโยแทรกประสาทเข้ามาทำให้ฉันกับพรีมต้อง

รีบขึ้นรถ เพราะฝูงชนกลุ่มเล็กๆมันเริ่มจะมุ่งตรงมาที่รถเหมือนผึ้งแตกรัง

 

ฉันยังไม่อยากถูกเหยียบตายตั้งแต่ยังไม่ได้เที่ยวนะคะ

 

 

สุดท้ายโยมันก็เช็คชื่อจนครบ และรถก็เริ่มเคลื่อนตัวออกไป..

 

 

“ เฮ้ย..! พรีม.. แล้วโก๊ะอ่ะ ?” ฉันหันไปถามพรีมหลังจากที่นั่งมาได้

ราวๆ 2 นาที

 

พรีมหันมามองฉันแล้วชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปที่เบาะด้านหลัง

 

 

อืมม์..... อยู่ไหนน้า~ ?

 

โอ๊ะ~ เจอแล้วๆ โก๊ะน้อยผู้น่ารักของฉันกับหนุ่มแว่น

นั่งห่างจากฉันไปแค่ 2 แถวเอง

 

วันนี้โก๊ะน้อยของฉันก็ยังน่ารักเหมือนเค..ย...

 

 

เย๊ยยยย !!!! แว่นโก๊ะกับหนุ่มแว่น !? หนุ่มแว่นงั้นเหรอ !?

 

 

..ถ้าฉันจำไม่ผิด ไอ้แว่นนั่นมัน...

 

“ แฟนโก๊ะน้อย ! หนุ่มอัจฉริยะคณะวิศวะฯ !! “

 

ฉันพูดโพล่งขึ้นมาแล้วหันขวับไปหาอีคุณพรีม.. 

 

 

“ อย่าบอกนะว่าคณะอีกคณะนึงที่มากับเรา.... “

 

 

“ แม่นแล้ว ! คณะวิศวกรรมศาสตร์ปีสองนั่นเอง “

 

 

ฉันอยากจะเอาหัวโขกหน้าต่างรถให้ตายๆไปเลยตอนนั้น

 

..ไม่อยากจะเชื่อเลย

 

 

นี่ฉันลืมไม้เบสบอลเหล็กได้ไงวะ !!! โธ่ว้อย~~!!

( ใช่ประเด็นมั้ยคะ? )

 

“ ที่โยมันไม่อยากบอกแกก็เพราะกลัวแกจะไปขัดขวางโก๊ะล่ะมั้ง ? “

 

พรีมหันมาหาฉัน เหมือนมันจะรู้ความคิดชั่วร้ายจากทางสีหน้าของฉันนี่

 

ฉันรีบปั้นหน้ากลับเป็นปกติทันที

 

“ อะ..อะไร๊ !? เปล่านะ.. ฉันจะไปขัดขวงโก๊ะทำไม ? “

 

ไอ้หมวยพรีมเหล่ตามอง ” แล้วทีคราวก่อนที่แกจงใจไม่ให้ทีกับโก๊ะเค้า

นั่งกินข้าวด้วยกันสองคนด้วยมารยาปวดท้องปลอมๆของแกล่ะ ? “

 

มันขุดคุ้ยประวัติฉันขึ้นมาพูดค่ะ

 

 ..ชิ  คราวก่อนฉันไม่ได้ขัดขวางนะ

ก็แค่พอเห็นโก๊ะกับทีเดินไปโรงอาหารเพื่อกินข้าวด้วยกัน ฉันก็แค่วิ่งเข้าไปหาโก๊ะน้อย ทำท่าเหมือนจะตายแล้วบอกว่าปวดท้องเมนส์ไม่ไหวแล้ว

ให้ช่วยพาไปห้องพยาบาลหน่อยแค่นั้นเอง

 

 

แล้วพอไปถึงหน้าห้องพยาบาล ฉันก็บอกว่าหายปวดซะเฉยๆ

แต่โก๊ะยังห่วงฉันอยู่ เลยนั่งกินข้าวกับฉันแทน แค่นั้นแหละ

 

ไม่ได้ขัดขวางเลยแม้แต่นิดเดียว

 

 

“ เอาน่า.. เต้ มากับคณะวิศวะฯก็ดีเหมือนกันแหละ อย่างน้อยคณะนี้

ก็มีผู้ชายเยอะกว่าคณะเราล่ะ ..ไม่คิดบ้างเหรอว่าเป็นโอกาสดีที่แกจะได้มีแฟนน่ะ ?”

 

พรีมมันเริ่มเป่าหูฉันไม่ให้ไปขัดขวางโก๊ะน้อยด้วยการเปลี่ยนเรื่องค่ะทุกท่าน

 

..แต่คิดไปคิดมา  มันก็ดีจริงๆแหละวะ..

 

“ แล้วนี่เรามากันทั้งหมดกี่คนล่ะ ?”  ฉันรู้สึกกระดากนิดหน่อยเลยเฉไปถามอย่างอื่น

 

“ ของเรา 12 คนส่วนของพวกหนุ่มๆเค้า 14 คน” พรีมตอบ

 

“ อ้อ... !” 

 

 

ว่าไป.. มันก็ดีจริงๆนะ สามวันสองคืนที่ชายทะเลสุดสวย..

 

 

ทีนี้ล่ะ ฉันจะนั่งสอดส่องเด็กวิศวะฯทั้ง 14 คนให้ถึงกึ๋นเลย

 

 

..จะได้รู้ซักทีว่าโก๊ะน้อยผู้น่ารักของฉันมาเห็นดีเห็นงามอะไรกับไอ้พวกมนุษย์สมองกลทั้งหลายนี่ !

 

 

 

 

ซ่า.. ซ่า..  

 

 

ตอนนี้ฉันกำลังยืนทำหน้าตาประหลาดๆอยู่ริมหาดค่ะ

 

เรามาถึงที่นี่เมื่อ15นาทีก่อนหลังจากแวะกินอาหารทะเลแล้ว ก็ตรงมาที่นี่ทันที

 

ฉันจ้องมองสถาปัตยกรรมตรงหน้าด้วยความอึ้ง!

 

มันเป็นคฤหาสน์สไตล์ยุโรปผสมกับสไตล์บาหลี สร้างอยู่ห่างจากชายหาดไปประมาณ50เมตรเห็นจะได้ ตัวคฤหาสน์ทำด้วยอิฐสีน้ำตาลขาว ดูๆไปอย่างกับอยู่ต่างประเทศ

 

ที่สำคัญ.. ขนาดของมันเนี่ยสิ

 

กินพื้นที่ไปเกือบ 1 ใน 4 ของหาด( ส่วนตัว )นี่เข้าไปแล้วโว้ย~!

 

อย่าว่าแต่ 30 คนพักได้สบายๆเลย แบบนี้ 50 คนก็ยังไหววะ !

 

 

“ ทุกคนคะ !  ท่านหญิงแพรวาผู้เอื้อเฟื้อสถานที่พักผ่อนให้แก่เรา

บอกว่าเข้าไปเลือกใช้ห้องบนบ้านได้ตามสบาย  นอนห้องละ 2-3 คน

สาวๆใช้ห้องทางบันไดฝั่งซ้ายส่วนพวกผู้ชายเลือกใช้ห้องทางบันไดฝั่งขวา

..เอาล่ะ ตามสบายนะเพื่อนๆ”

 

โยประกาศผ่านโทรโข่ง แล้วก็เดินตรงมาหาฉันกับพรีม

 

“ โก๊ะไปไหนอ่ะ ?”

 

“ โดนไอ้ทีลากตัวไปแล้วต๋อย” ฉันไขข้อข้องใจให้มันด้วยสีหน้า

บอกบุญไม่รับสุดๆ

 

“ แหม.. เต้ แกก็อย่าคิดมากเลยโก๊ะกับทีอ่ะ เวลาอยู่ด้วยกันมันน้อย

นี่มาตั้งสามวันสองคืน แกก็เปิดโอกาสให้เค้าได้ใช้เวลาร่วมกันเถอะ”

 

พรีมหันมาพูดเกลี้ยกล่อม ขณะนี้เราเดินเข้ามาในคฤหาสน์แล้วค่ะ

 

มันสวยมากๆๆๆๆเลยอ่ะ อย่างกับพระราชวัง

 

ตรงกลางห้องโถงคือบันไดที่แยกไปทางปีกซ้ายและขวาของคฤหาสน์

พวกเราขึ้นบันไดฝั่งซ้ายตามที่โยประกาศ

 

“ พูดตรงๆนะพรีม ฉันไม่ค่อยจะไว้ใจไอ้พวกตัวผู้เลยว่ะ”

 

“ แต่ไอ้ตัวผู้ที่แกพูดถึงอ่ะ คือ ที ! ธีรัช  รัตนวาร มันสมองเดินได้

แห่งคณะวิศวะฯ! ที่แค่อยู่ปีสองก็เปล่งประกายความสามารถจน

ตอนนี้ก็มีงานมาเกยคอยท่าแล้วนะเฮ้ย! นิสัยสุภาพ อบอุ่น

หน้าตาน่ารักแถมอนาคตมั่นคงแบบนี้.. แกจะขวางโก๊ะไปทำไม !?”

 

โยพูดแทรกขึ้นมา  เราเลือกห้องกันได้แล้ว มีเตียงคิงไซส์ขนาดใหญ่ 2 เตียงอยู่กลางห้อง นอกหน้าต่างเป็นวิวของชายทะเลและหมู่เกาะเล็กๆ

ห่างออกไป.. สวยมากๆขอบอก

 

“ ก็.. ฮือ~ ..ก็หวงนี่นา “ ฉันทำหน้าตาน่าสงสารสุดฤทธิ์ โยขยี้หัวฉันเบาๆ

 

“ ..เอาน่า เอาเป็นว่าช่วงนี้เต้ก็มองหาผู้ชายดีๆ 1 ใน 14 คนนี้ไปก่อนแล้วกัน ..ถ้าหาไม่ได้ โยจะพาเต้ไปหาเองนะ แต่อย่าไปขวางแว่นโก๊ะของเราเลย..นะจ้ะ?”

ฉันพยักหน้ารับแบบเชื่องๆ

 

พูดจาซะน่ารัก.. เดี๋ยวฉันก็ตีฉิ่งกับแกซะเลยนี่ไอ้โย

 

“ งั้นฉันไปหาโก๊ะก่อนนะ กลุ่มเรามี 4 คน นอนห้องละสองได้พอดี

เต้นอนกับโยแล้วกัน”

 

พรีมพูดยิ้มๆ ท่าทางเจ้าเล่ห์พิกล   ก่อนออกจากห้องไป

 

..ให้ตาย ขอให้มันอย่าคิดเล่นอะไรแผลงๆกับโก๊ะน้อยของฉันเลย..

 

 

 

 

..หลังจากเก็บของในห้องพัก ทุกคนก็เปลี่ยนชุดลงไปเล่นทะเล

แต่ฉัน.. กระดึ้บๆหนีออกมาแบบไม่ให้ใครเห็น พร้อมกับหนังสือสองเล่มในมือ ..อย่าทำหน้าเหลือเชื่อแบบนั้น นี่มันคือนิยาย ไม่ใช่หนังสือเรียนค่ะ !

 

ก็บรรยากาศดี แถมลมพัดตลอดเวลาแบบนี้.. มันโคตรจะโรแมนติกเลย

ให้ตายเถอะ.. อย่างนี้มันต้องสร้างโลกส่วนตัวค่ะ ! ไม่ใช่เวลาเล่นทะเล !

 

..ในที่สุดฉันก็หาทำเลเหมาะๆได้ ที่ตรงนี้ไม่ใช่ทราย แต่เป็นดินธรรมดา

ที่มีหญ้าเขียวๆปกคลุม มีต้นไม้ใหญ่ใบครึ้มขึ้นอยู่ด้วย.. แถมระหว่างต้นไม้

ใหญ่ต้นนี้กับต้นไม้ขนาดกลางอีกต้น ยังมีเปลยวนผูกอยู่ด้วย.. !

 

ดีซะไม่มี..  โตขึ้นอยากปลูกบ้านแบบนี้บ้างซักหลังจัง

 

ฉันปีนขึ้นไปนอนบนเปลยวน แล้วกางหนังสืออ่านอย่างมีความสุข..

 

 

..ทว่าความสุขของฉันก็พังทลายหลังจากอ่านหนังสือไปได้นิดหน่อย

 

เมื่อมีคนสองคนกำลังเดินมาทางที่ฉันนอนอยู่

คนหนึ่งคือเมย์ เพื่อนในคณะฉัน อีกคนเป็นผู้ชาย.. คงจะเป็นคณะวิศวะฯ

...แล้วพวกเขาก็ตะโกนเรียก

 

“ เต้..!! อยู่แถวนี้รึเปล่า !? เอเต้ ! “

 

“ ห่าแวร์ !! มึงอยู่แถวนี้ใช่ป่าว !! ลงมากินไอติมเร็ว !! ไอ้แวร์ ! “

 

 

โหย.. ‘ไรวะ มานั่งอ่าได้แค่บทกว่าๆเอง โดนเรียกซะแล้ว

 

แล้วอีกคนนี่ใครวะ ? ชื่อ แวร์.. ? แวร์ ที่แปลว่าที่ไหนอ่ะเหรอ ?

 

 

“เออ! กูอยู่นี่ จะตะโกนหาพ่อต้อยเหรอวะ !”  เสียงใครก็ไม่รู้

ดังมาจากต้นไม้ใหญ่  ฉันเงยหน้าขึ้นไปเพื่อมองหาต้นเสียง

 

บนต้นไม้กิ่งที่สูงห่างจากเปลยวนไปประมาณ 4 -5 กิ่ง

มีผู้ชายคนหนึ่งกำลังปีนลงมาท่าทางคล่องแคล่ว ฉันเห็นแค่ผมสีดำที่ซอยระต้นคอเหมือนไอ้โย กับเสื้อยืดสีขาวแล้วก็กางเกงขาสั้นสีน้ำตาลเข้มแค่นั้น

 

เพราะไอ้คุณคนนี้กำลังตั้งใจปีนลงมาโดยเอาแต่มองกิ่งไม้ พอถึงขั้นที่ใกล้ๆเปลยวน..

 

มันก็กระโดดลงมาค่ะ !! โดดลงมาทั้งที่ไม่ได้มองเลยว่าที่เปลยวนน่ะ! มีฉันอยู่!!

 

“ เฮ้ยๆๆ!! “   ฉันร้องทันที ดูเหมือนคนคนนี้ก็จะได้ยิน เขามองลงมาเห็นฉันขณะที่กำลังดิ่งมาที่เปลยวน  ฉันหลับตาปี๋เมื่อเห็นตัวเขาร่วงลงมา

 

“ ตายหอง...! “

 

 

ตุ้บ~~! 

 

เปลยวนแกว่งไปแกว่งมาอย่างแรงประมาณ 2 – 3 ครั้งแล้วมันก็นิ่ง..

 

“ เฮ้ ! เป็นอะไรรึเปล่า ? “ 

 

เสียงเดิมกับที่ตะโกนด่าลงมาจากต้นไม้ถาม ฉันค่อยๆลืมตา

 

ดวงตากลมโตสีดำสนิท จมูกโด่ง กับริมฝีปากบาง รูปหน้าคมคาย..

 

..หน้าตาน่ารักใช่ย่อย !

 

“ เอ่อ.. ไม่เป็นไรค่ะ “

 

 

“ ไอ้เต้..! ไอ้... กรี๊ดดด~!! เต้..! แก.... “

 

ฉันหันไปตามเสียงของเมย์ มันทำท่าตกใจโคตรๆๆๆๆ

 

“ ...ไอ้แวร์! มึง.... “

 

อีกคนที่มากับเมย์นี้ทำหน้าเหมือนอึ้งๆปนโศกเศร้าเสียใจ 

ฉันมองทั้งสองคนงงๆ

 

กรี๊ดไรกันวะ ?  ??

 

แล้วฉันก็มองไปที่คนซึ่งอยู่ตรงหน้า ..คงจะเป็นคนชื่อแวร์นั่นแหละ

เขาเองก็กลับมามองฉันเหมือนกัน หน้าตางงๆ

 

แต่ทำไม.. ระดับสายตามันแปลกๆวะ ? นี่ฉันนอนอยู่ไม่ใช่เหรอ ?

ทำไมหน้าเขาถึงอยู่ด้านบน...

 

ด้านบน ?

 

ฉันกวาดตามองอย่างรวดเร็วทันที พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเปลยวน

ส่วนไอ้คุณแวร์ที่กระโดดเหินลงมาจากต้นไม้เมื่อกี้ก็คร่อมทับตัวฉันอีกที

 

“ เฮ้ยย~ !!! “   เราเฮ้ยออกมาพร้อมกัน เขากระโดดลุกขึ้นนั่ง ฉันเองก็

พยายามเด้งตัวขึ้นนั่ง แล้วมองไปที่เพื่อนทั้งสองคน

 

“ ..มันเป็นอุบัติเหตุ “ ฉันปั้นหน้าซีเรียส เปิดประเด็นใส่เพื่อนสองคนที่ดูจากหน้าแล้วคงกำลังคิดอะไรๆเลยเถิดแน่นอน

 

“ ใช่.. ฉันกระโดดลงมาจากต้นไม้น่ะ แล้วมองไม่เห็นว่าที่เปลยวนมีคนนอนอยู่.. “   

( คนที่น่าจะเป็น )แวร์พูดต่อเสียงเรียบๆ

 

 

“ ..แวร์ นี่มึงกำลังแก้ตัวรึเปล่าเนี่ย =_=; “  ไอ้ผู้ชายที่คงจะเป็น

เพื่อนร่วมคณะของคนที่นั่งข้างๆฉันอยู่ตอนนี้ทำหน้าบอกไม่ถูก

 

 

“ ไม่หรอกป๊อด... เราเชื่อเต้นะ ..แล้วก็รู้ด้วยว่าเต้ไม่รู้จักแวร์ “

 

โห... เมย์สุดที่รัก

 

“ เออๆๆ “ คนชื่อป๊อดรับคำ ( ชื่ออย่างกะนักร้องแน่ะแหม.. ) “ งั้น

ก็ลงมาจากเปลได้แล้ว แพรวามันสั่งไอติมหวานเย็นมาถังนึง ไปกินกัน “

 

เมย์พูดต่อ ฉันตาลุกวาวทันทีที่ได้ยินว่าไอติม กระโดดพรวดลงจากเปล

ไอ้คนที่นั่งข้างๆฉันเองก็กระโดดลงมาจากเปลพร้อมๆฉันเหมือนกัน

 

“ อื้มม์..ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เต้.. คนนี้เค้าชื่อ แวร์ อยู่วิศวะฯ ส่วนแวร์..

 นี่เพื่อนเมย์เอง ชื่อเอเต้ “

 

เมย์แนะนำตัวพวกฉันเสร็จสรรพ ฉันหันไปมองแวร์ ยิ้มให้เขาติ๊ดนึง

( 15 องศา )พอเป็นมารยาท แต่ในใจอยากไปกินไอติมจะตายแล้ว T T

 

“ เอเต้นี่.. ที่เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ฤดูร้อนหรือเปล่า ? “

 

เขาถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ระหว่างที่พวกเราเริ่มเดินกลับไปที่หาด

ฉันเลิกคิ้ว แปลกใจนิดหน่อย แต่ก็พยักหน้าหงึกหงัก มองไปที่เมย์กับป๊อดซึ่งเดินนำหน้า

 

“ ใช่แล้ว.. แปลว่าฤดูร้อน ^^ “

 

“ งั้นก็เหมือนฉันน่ะสิ “ ฉันเห็นเขาทำตาโตนิดๆ “ ฉันก็แวร์..ลีแวร์ ที่แปลว่า

ฤดูหนาว “

 

อ๋อ.. ไม่นึกชะเอะใจเลยแฮะ  ..ฉันหลุดขำออกมา

 

“ ตอนแรกนึกว่าจะแปลว่า ที่ไหน ซะอีก “  ที่แท้เป็นไอ้หนุ่มฤดูหนาวนี่เอง..

 

=w=... ชื่อเท่ว่ะ แลกกันดีมั้ย ?

 

 

“ ใครก็คิดงั้นแหละ  ..เอาเถอะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ เอเต้ ^^ “

 

 

“ อื้อม์ ^^ “ 

 

 

 

..นี่คือจุดเริ่มต้นตอนฉันเจอไอ้หนุ่มฤดูหนาวครั้งแรก..

 

 -------------------------------------------------------

อ่านแล้วเม้นด้วยนาฮับ 'w'/ ถ้าาไม่เม้นคงัพแค่สี่ห้าตอนอย่างว่าจริงจัง

 

 

 

 

 


Comment

Comment:

Tweet